X

AEON THAI MOBILE
AEON Thana Sinsap (Thailand) PLC FREE -On The App Store

Open

AEON Smart money

Catch up with our update information and provided tips to help you getting the maximize benefit from using of your credit card.

พ.ร.บ. กับ ประกันรถยนต์ต่างยังไง ทำไมต้องมี? อ่านจบจะเข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีทั้งคู่ พร้อมตอบทุกคำถามที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับประกันรถ



รู้จักความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ.รถยนต์ กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ทำไมรถทุกคันต้องต่อ พ.ร.บ. และทำไมถึงแนะนำให้ซื้อประกันรถยนต์เพิ่มอีกชั้น

หัวข้อที่น่าสนใจ

ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าอุบัติเหตุรถชนบนท้องถนนจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทำให้การมีหลักประกันรองรับความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งกฎหมายก็กำหนดให้รถยนต์ทุกคันต้องมี พ.ร.บ.รถยนต์ เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยในเบื้องต้น แต่สิ่งที่มักจะเป็นข้อสงสัยตามมาคือ “ถ้ามี พ.ร.บ.รถยนต์แล้ว ยังจำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ด้วยหรือไม่?” บทความนี้จะพาไปหาคำตอบเรื่องนี้พร้อมๆ กัน!

พ.ร.บ.รถยนต์ คืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง ทำไมรถทุกคันต้องมี?

What-is-Por-Ror-Bor-and-what-does-it-cover.jpg

พ.ร.บ.รถยนต์ หรือมีชื่อเต็มว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 คือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับที่เจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องมี ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของรถที่มีชื่อในเล่มทะเบียนรถยนต์หรือผู้เช่าซื้อรถ ก็มีหน้าที่ต้องจัดทำและต่อ พ.ร.บ.รถยนต์อย่างสม่ำเสมอในทุกๆ ปี

เหตุผลที่เรียกว่า “ประกันรถยนต์ภาคบังคับ” เป็นเพราะว่ากฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน และหากไม่มี พ.ร.บ.รถยนต์ จะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดถึง 10,000 บาท ที่สำคัญคือจะไม่สามารถทำเรื่องต่อภาษีรถยนต์ได้ หากขับรถโดยไม่มี พ.ร.บ.รถยนต์ที่ถูกต้อง ก็จะมีโทษตามกฎหมายตามมาอีกเช่นกัน

การบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมี พ.ร.บ.รถยนต์ มีเหตุผลเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้นของผู้ที่ประสบเหตุจากรถ โดยจะให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยในทันที ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถ ผู้โดยสาร คู่กรณี หรือคนเดินถนน ซึ่งความคุ้มครองของ พ.ร.บ.รถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

พ.ร.บ.รถยนต์ คุ้มครองความเสียหายเบื้องต้น (ไม่พิสูจน์ความผิด)

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ไม่ว่าจะเป็นการชนแบบใด พ.ร.บ.รถยนต์จะให้ความคุ้มครองทันทีโดยไม่สนถูกผิด โดยมีวงเงินคุ้มครองดังนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) คนละไม่เกิน 30,000 บาท
  • การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร คนละไม่เกิน 35,000 บาท

พ.ร.บ.รถยนต์ คุ้มครองความเสียหาย (เมื่อพิสูจน์แล้วว่าไม่ผิด)

หลังจากที่มีการสืบสวนและยืนยันได้ว่าคุณเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ พ.ร.บ.รถยนต์ จะชดเชยค่าเสียหายส่วนเกินให้กับผู้เอาประกันภัยทันที โดยความคุ้มครองนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ดังนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) หรือค่าเสียหายอื่นๆ คนละไม่เกิน 80,000 บาท
  • การเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร คนละไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินชดเชยรายวันในกรณีที่รักษาเป็นผู้ป่วยใน วันละ 200 บาทไม่เกิน 20 วัน สูงสุด 4,000 บาท

หากมี พ.ร.บ.รถยนต์ แล้วเกิดอุบัติเหตุรถชน ก็สบายใจว่าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แต่ถ้าไม่มีและเป็นฝ่ายผิด ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถมาชดใช้ให้คู่กรณีที่เป็นฝ่ายถูกเองด้วย

What-is-car-insurance-and-what-does-it-cover.jpg

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คืออะไร และคุ้มครองอะไรบ้าง?

เมื่อพูดถึง ประกันรถยนต์ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึง พ.ร.บ.รถยนต์ หรือที่เรียกว่า ประกันภาคบังคับ ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี เพื่อคุ้มครองชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอกในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร หรือคนเดินถนน

แต่ในเรื่องของการคุ้มครองรถยนต์และความเสียหายของคนขับ ยังมีประกันรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง ที่สามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมเองได้โดยไม่มีกฎหมายบังคับ ซึ่งถูกเรียกว่า “ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ”

โดยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองในระดับที่กว้างกว่า หรือครอบคลุมในกรณีที่ พ.ร.บ.รถยนต์ไม่สามารถรองรับได้ ซึ่งโดยทั่วไปมีทั้งหมด 5 ประเภท แต่ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง 3 ประเภทหลักที่ได้รับความนิยมและพบได้บ่อยที่สุด เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ได้แก่

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ชั้น 1* เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด เหมาะกับรถยนต์ใหม่ ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นขับรถ หรือผู้ใช้รถเป็นประจำในชีวิตประจำวัน โดยให้ความคุ้มครองทั้งกรณีที่มีและไม่มีคู่กรณี รวมถึงภัยธรรมชาติและการสูญหายของรถ

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครอง

  • ถอยรถไม่ระวังชนเสาไฟในบ้าน: ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถแม้ไม่มีคู่กรณี ผู้เอาประกันอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ตามเงื่อนไข
  • ขับรถตกหลุมลึก น้ำท่วมเครื่องพัง: ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
  • จอดรถไว้แล้วถูกขโมยกลางดึก: ให้ความคุ้มครองกรณีสูญหายหรือถูกโจรกรรม

สรุปความคุ้มครองหลักของประกันรถยนต์ชั้น 1

  • คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของผู้เอาประกัน ไม่ว่าจะชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มี เช่น ขับรถชนรถ, ขับรถหลุดโค้ง, ขับรถชนเสาไฟ หรือขับรถชนกำแพง
  • คุ้มครองเหตุไม่คาดฝันจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมรถ ไฟไหม้รถ
  • คุ้มครองกรณีรถหาย ถูกโจรกรรม หรือความเสียหายจากการทำลายทรัพย์สินโดยเจตนา
  • คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่ กรณีถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับรถ

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ชั้น 2+* เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในกรณีสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงเท่าประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม ยกเว้นการขับรถชนที่ ไม่มีคู่กรณี

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครอง

  • ขับรถเฉี่ยวชนรถคันหน้า: ให้ความคุ้มครองทั้งรถคุณและคู่กรณี หากมีหลักฐานเป็น "รถชนรถ"
  • รถโดนขโมยหน้าบ้าน: ให้ความคุ้มครองการสูญหายของรถ
  • รถเกิดไฟลัดวงจรไฟไหม้: ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากอัคคีภัย
  • รถน้ำท่วมเพราะฝนตกหนัก: ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากอุทกภัย

สรุปความคุ้มครองหลักของประกันรถยนต์ชั้น 2+

  • คุ้มครองความเสียหายของรถในกรณี “รถชนรถ” และมีคู่กรณีเท่านั้น
  • คุ้มครองในกรณีรถสูญหาย หรือถูกขโมย
  • คุ้มครองจากเหตุไฟไหม้ และภัยธรรมชาติบางประเภท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
  • คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี
  • มีวงเงินสำหรับค่าประกันตัวผู้ขับขี่ตามที่ระบุไว้

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ชั้น 3+* เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด ใช้รถน้อย หรือมีรถที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปี โดยยังคงได้รับความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ “รถชนรถ” แบบมีคู่กรณี

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครอง

  • ขับรถเฉี่ยวรถคันอื่นบนถนนใหญ่: ให้ความคุ้มครองทั้งรถผู้เอาประกันและคู่กรณี
  • เกิดอุบัติเหตุจนคู่กรณีบาดเจ็บ: ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและทรัพย์สิน

สรุปความคุ้มครองหลักของประกันรถยนต์ชั้น 3+

  • คุ้มครองความเสียหายของรถในกรณี “รถชนรถ” เท่านั้น และต้องมีคู่กรณีเป็นรถยนต์
  • คุ้มครองทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณีจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
  • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ตามวงเงินในกรมธรรม์

*ตัวอย่างประกันรถยนต์ชั้น 2+ ของบริษัทประกัน MSIG

*ตัวอย่างประกันรถยนต์ชั้น 3+ ของ ประกันรถยนต์ไทยไพบูลย์ประกันภัย

*เงื่อนไขและความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทผู้รับประกันภัยเป็นผู้กำหนด

*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

What-happens-if-I-have-Por-Ror-Bor-but-no-car-insurance.jpg

ถ้ามี พ.ร.บ.รถยนต์ อยู่แล้ว จำเป็นต้องซื้อประกันรถยนต์อีกไหม?

สำหรับใครที่มี พ.ร.บ.รถยนต์ อยู่แล้วและอดสงสัยไม่ได้ว่าต้องซื้อประกันรถยนต์เพิ่มด้วยไหม เพราะเข้าใจว่า พ.ร.บ.รถยนต์ ก็ให้ความคุ้มครองอย่างเพียงพอสำหรับการเกิดอุบัติเหตุ แต่ความเป็นจริงแล้ว อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้จบแค่การจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น เพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นอีกเพียบ

ลองนึกภาพว่า ในวันที่ฝนตกถนนลื่นคุณขับรถไปชนท้ายรถคันอื่นเข้าอย่างจัง ทำให้รถคู่กรณีเสียหาย และความถนนลื่นยังทำให้รถคุณไปเฉี่ยวชนคนเดินถนนจนได้รับบาดเจ็บเพิ่ม แน่นอนว่าคุณใช้ พ.ร.บ.รถยนต์ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลได้ แต่ค่าซ่อมรถและค่าทรัพย์สินอื่นๆ พ.ร.บ.รถยนต์ ไม่คุ้มครอง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจควบคู่กันไปด้วย เพราะเปรียบเสมือนเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายเงินเอง ดังนั้น การมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือการวางแผนรับมือความเสี่ยงอย่างมีสติกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนได้

 

ดังนั้น ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วกำลังมองหาประกันรถยนต์ภาคสมัครใจออนไลน์ การเลือกซื้อประกันรถยนต์ผ่านอิออนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้ง ประกันรถยนต์ชั้น 2+ MSIG และ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ไทยไพบูลย์ประกันภัย เพราะนอกจากจะซื้อได้รวดเร็วผ่าน AEON THAI MOBILE App ยังสามารถผ่อนประกันรถยนต์ แบบไม่มีดอกเบี้ยได้อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในก้อนเดียว

  • รับสิทธิ์ผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย 0% นาน 3, 6 และ 10 เดือน สำหรับบริการ “อิออน แฮปปี้ เพย์” เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป
  • “อิออน แฮปปี้ แพลน” เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป*

จะเห็นได้ว่าการทำประกันรถยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ความคุ้มครอง" อย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังเป็นเรื่องของ "ความคล่องตัวทางการเงิน" ที่คุณสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง

*เงื่อนไขและความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทผู้รับประกันภัยเป็นผู้กำหนด

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 22%-25% ต่อปี

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 22%-25% ต่อปี

*รับประกันภัยโดย บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

*รับประกันภัยโดย บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

*นายหน้าประกันภัยโดย บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจึงจำเป็น

เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนมักมาโดยไม่ทันตั้งตัว การมีทั้ง พ.ร.บ.รถยนต์ และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติมไว้ จึงเป็นอีกหนึ่งการเตรียมพร้อมที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในยามเกิดเหตุร้ายแรง เพราะความเสียหายจากรถชนอาจไม่ได้จบแค่ค่ารักษาพยาบาล แต่ยังรวมถึงค่าซ่อมรถ ค่าชดเชย และความรับผิดชอบอื่นๆ ที่อาจตามมาอีกมากมาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมประกันวินาศภัยไทย, คปภ.


Back to list

Other Tipis & Tricks